ประวัติความเป็นมาจังหวัดกระบี่
จังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก คือทะเลอันดามัน ติดต่อกับจังหวัดพังงา และสุราษฎร์ธานีทางด้านทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดตรังทางด้านทิศใต้ และติดต่อกับจังหวัด สุราษฎร์ธานีกับจังหวัดนครศรีธรรมราชทางด้านตะวันออก
ตัวจังหวัด ตั้งอยู่ระหว่างแนวเทือกเขาที่สำคัญของภาคใต้สองแนวคือ แนวเทือกเขาภูเก็ตอยู่ทางทิศตะวันตก แนวเทือกเขานครศรีธรรมราชอยู่ทางทิศตะวันออก เป็นเทือกเขาที่ต่อเนื่องมาจาก เทือกเขาตะนาวศรี พื้นที่ส่วนใหญ่มีภูเขาหินปูนเป็นลูกโดด ๆ เตี้ย ๆ มีถ้ำหินปูน บ่อน้ำร้อนและแอ่งน้ำที่เกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน สลับกับพื้นที่แบบลูกคลื่นลอนลาด ที่ราบเชิงเขาที่ลาดเอียงไปทางชายฝั่งด้านใต้และด้านตะวันตก และที่ราบแคบ ๆ แถบชายฝั่ง
พื้นที่ตอนกลางมีแนวภูเขาที่สำคัญคือ ภูเขาพนมเบญจาอยู่ในเทือกเขาภูเก็ต วางตัวอยู่ในแนวเหนือ - ใต้ เป็นภูเขาที่มียอดเขาสูงสุดในแนวเทือกเขาภูเก็ต คือสูง ๑,๔๐๐ เมตร เป็นแนวสันปันน้ำ ด้านตะวันตกไหลลงสู่อ่าวพังงา ด้านตะวันออกไหลลงสู่แม่น้ำกระบุรี ด้านทิศเหนือไหลลงสู่แม่น้ำตาปี ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี
จังหวัดกระบี่มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร เป็นชายฝั่งทะเลยุบตัวอันเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกใกล้กับแนวแผ่นดิน มีลักษณะเว้าแหว่ง และสูงชันต่างกัน บางบริเวณมีภูเขาติดกับชายฝั่งทะเล เช่น เขากาโรส และมีเกาะอยู่นอกชายฝั่งอยู่ถึง ๑๓๐ เกาะ ในบรรดาเกาะดังกล่าวมีผู้คนอาศัยอยู่เพียง ๑๓ เกาะ เกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะลันตา เกาะจำ เกาะพี - พี เกาะศรีบอยา เกาะไหง ฯลฯ
พื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่เป็นป่าชายเลนไหล่ทวีปผืนแคบ ๆ มีหาดทรายอยู่น้อยมีบางบริเวณถูกแรงบีบอัดของเปลือกโลกทำให้ท้องทะเลเดิมถูกยกตัวขึ้นมาอยู่บนชายฝั่งเช่นพื้นที่บริเวณสุสานหอย๗๕ ล้านปีที่บ้านแหลมโพธิ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง ฯ
จังหวัดกระบี่มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร เป็นชายฝั่งทะเลยุบตัวอันเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกใกล้กับแนวแผ่นดิน มีลักษณะเว้าแหว่ง และสูงชันต่างกัน บางบริเวณมีภูเขาติดกับชายฝั่งทะเล เช่น เขากาโรส และมีเกาะอยู่นอกชายฝั่งอยู่ถึง ๑๓๐ เกาะ ในบรรดาเกาะดังกล่าวมีผู้คนอาศัยอยู่เพียง ๑๓ เกาะ เกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะลันตา เกาะจำ เกาะพี - พี เกาะศรีบอยา เกาะไหง ฯลฯ
เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
เจ้าพระยานครศรีธรรมราชให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไส ต่อมามีผู้คนมากขึ้นก็ยกฐานะเป็นแขวงเมือง แล้วได้รวบรวมแขวงเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกระบี่ แต่เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่าเป็นปลัดท่านใด จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาลงไปได้ อย่างไรก็ตามก็มีการสันนิษฐานว่า การตั้งเพนียดจับช้างที่ปกาไสนั้นน่าจะเกิดปลายสมัยเจ้าพระยานคร (พัด) ซึ่งปกครองเมืองนคร ฯ อยู่ ๒๗ ปี ถึง พ.ศ.๒๓๕๔ ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกฐานะแขวงเมืองปกาสัยขึ้นเป็นเมืองและทรงพระราชทานนามว่า “เมืองกระบี่” โดยให้ตั้งที่ทำการบริหารราชการอยู่ที่ตำบลกระบี่ใหญ่(บ้านตลาดเก่า) ในท้องที่อำเภอเมืองของเมืองนครศรีธรรมราช มีเจ้าเมืองคนแรกชื่อหลวงเทพเสนา และต่อมาในปี พ.ศ. 2418 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้แยกเมืองกระบี่ ออกจากการปกครองของเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร
เจ้าพระยานครศรีธรรมราชให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไส ต่อมามีผู้คนมากขึ้นก็ยกฐานะเป็นแขวงเมือง แล้วได้รวบรวมแขวงเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกระบี่ แต่เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่าเป็นปลัดท่านใด จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาลงไปได้ อย่างไรก็ตามก็มีการสันนิษฐานว่า การตั้งเพนียดจับช้างที่ปกาไสนั้นน่าจะเกิดปลายสมัยเจ้าพระยานคร (พัด) ซึ่งปกครองเมืองนคร ฯ อยู่ ๒๗ ปี ถึง พ.ศ.๒๓๕๔ ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกฐานะแขวงเมืองปกาสัยขึ้นเป็นเมืองและทรงพระราชทานนามว่า “เมืองกระบี่” โดยให้ตั้งที่ทำการบริหารราชการอยู่ที่ตำบลกระบี่ใหญ่(บ้านตลาดเก่า) ในท้องที่อำเภอเมืองของเมืองนครศรีธรรมราช มีเจ้าเมืองคนแรกชื่อหลวงเทพเสนา และต่อมาในปี พ.ศ. 2418 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้แยกเมืองกระบี่ ออกจากการปกครองของเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร
สำหรับการตั้งเมืองนั้น เมื่อ พ.ศ. 2433 พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอ ซิบบี้ ณ ระนอง) สมุหเทศาภิบาล ประสงค์จะให้เมืองอยู่ใกล้กับท่าเรือสามารถติดต่อกับต่างประเทศได้สะดวกจึงได้ย้ายศาลากลางจากตลาดเก่ามาตั้ง ณ ที่ตั้งปัจจุบัน
ต่อมาปี พ.ศ. 2475 ศาลากลางหลังเก่าทรุดโทรมมากจึงได้ตั้งขึ้นใหม่ ณ ริมแม่น้ำกระบี่ ตำบลปากน้ำ ตรงข้ามที่ดั้งเดิมไปทางทิศตะวันออก
ปัจจุบันนี้ เมืองเจริญขึ้น ศาลากลางหลังเก่าคับแคบ และทรุดโทรม จึงได้สร้างอาคารศาลากลางหลังใหม่ขึ้น หันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2510ความหมายของคำว่า “กระบี่” มีตำนานเล่าลือกันมาว่า ชาวบ้านได้ขุดพบมีดดาบเล่มหนึ่ง ได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ ต่อมาไม่นานก็ขุดพบมีดดาษเล็กอีกเล่มหนึ่งรูปร่างคล้ายกับมีดดาบเล่มใหญ่ และได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ เช่นกัน เจ้าเมืองเห็นว่าควรเก็บไว้เป็นดาบคู่บ้านคู่เมืองเพื่อเป็นสิริมงคล
แต่เนื่องจากขณะนั้นยังสร้างเมืองไม่เสร็จจึงได้นำดาบไปเก็บไว้ในถ้ำเขาขนาบน้ำหน้าเมืองโดยวางไขว้กัน ลักษณะการวางจึงกลายเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดกระบี่ ในปัจจุบันยังมีการสันนิษฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับที่มาของชื่อ “กระบี่” ในความหมายที่แปลว่า “ลิง” ว่าเมืองกระบี่ก่อนแขวงเมืองปกาสัยเป็นที่ตั้งของเมือง “บันไทยสมอ” ซึ่งเป็นเมืองในสิบสองนักษัตรขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองบันไทยสมอ ใช้ตราลิงเป็นตราประจำเมืองโดยถือเอาความหมายแห่งเมืองหน้าด่านปราการ เพราะลิงในสมัยก่อนถือว่ามีความองอาจกล้าหาญเทียบเท่าทหารกองหน้า เช่น บรรดาลิงแห่งกองทัพพระรามและในสภาพความเป็นจริงคนเฒ่าคนแก่ของเมืองกระบี่เล่าว่า ในสมัยก่อนมีลิงอยู่เป็นจำนวนมาก
ความหมายของคำว่า "กระบี่"
ความหมายของคำว่า " กระบี่" มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า ชาวบ้านได้ขุดพบมีดดาบโบราณใหญ่เล่มหนึ่ง นำมามอบให้กับเจ้าเมือง กระบี่ และต่อมาไม่นานก็ขุดพบมีดดาบโบราณเล็กอีกเล่มหนึ่ง รูปร่างคล้ายกับมีดดาบโบราณเล่มใหญ่ จึงนำมามอบให้กับเจ้าเมือง กระบี่ เช่นกัน เจ้าเมือง กระบี่ เห็นว่าเป็นดาบโบราณสมควรเก็บไว้เป็นดาบคู่บ้านคู่เมือง เพื่อเป็นศิริมงคล แต่ขณะนั้นยังสร้างเมืองไม่เสร็จจึงได้นำดาบไปเก็บไว้ในถ้ำเขาขนาบน้ำหน้าเมืองโดยวางไขว้กัน ซี่งลักษณะการวางทำให้เป็นสัญลักษณ์ของตราประจำเมือง คือ ดาบไข้วทาบอยู่บนภูเขาขนาบน้ำ และบ้านที่ขุดพบดาบใหญ่ได้ตั้งชื่อว่า "บ้านกระบี่ใหญ่" บ้านที่ขุดพบดาบเล็กได้ตั้งชื่อ "บ้านกระบี่น้อย" แต่มีอีกตำนานหนึ่งสันนิษฐานว่าคำว่า "กระบี่" อาจเรียกชื่อตามพันธุ์ไม้ชนิด หนึ่งที่มีมากในท้องถิ่น คือต้น "หลุมพี" เรียกชื่อว่า "บ้านหลุมพี" มีชาวมลายูและชาวจีนที่เข้ามาค้าขายได้เรียกเพี้ยนเป็น "กะ-ลู-บี" หรือ "คอโลบี" ต่อมาได้ปรับเป็นสำเนียงไทยว่า"กระบี่"
รูป กระบี่ ไขว้ เบื้องหลังมีภูเขาและทะเล
กระบี่ ไขว้ หมายถึง ดาบโบราณซึ่งครั้งหนึ่ง มีผู้ค้นพบในท้องที่จังหวัด
ภูเขา คือ เทือกเขาพนมเบญจาที่สูงสุดในแถบนั้นมีเมฆปกคลุมตลอดเวลา และกั้นเขตแดนกับจังหวัดอื่น
ทะเล คือ ชายอาณาเขตอีกด้านหนึ่งซึ่งติดต่อกับมหาสมุทรอินเดีย
จังหวัดกระบี่ ใช้อักษรย่อว่า "กบ"
ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด "ทุ้งฟ้า"
สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่
เกาะแห่งนี้จึงเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวเป็นอันดับต้นๆของโลก
ด้วยความสวยงามของแต่ละเกาะซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทรายขาวเม็ดทรายละเอียด
น้ำทะเลใสมีแนว ปะกา รังรอบเกาะ มีดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูนอยู่มาก
สระมรกต
สระมรกต หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว unseen in thailand ซึ่งหลายๆคนให้ ความสนใจกันมาก สระมรกตแห่งนี้ อยู่ที่จังหวัด กระบี่ ครับอยู่อำเภอคลองท่อมครับ ผมโชคดีมากครับที่ได้มาเที่ยวที่นี่ ในวันธรรมดา เพราะถ้ามาวันหยุดคงไม่ได้ภาพมาฝากกันแน่เลยครับ เพราะว่าจะมีชาวบ้านมาเล่นน้ำกันจำนวนมากเลย
สระมรกต เป็นสระน้ำพุร้อนกว้างประมาณ 20 เมตร ยาว 25 เมตร และมีอุณหภูมิ 30-50 องศาเซลเซียส สาเหตุที่น้ำใสก้เพราะว่า น้ำมาจากใต้ดิน ผ่านชั้นหินปูนที่มีแคลเซียมคาร์โบเนตสูง และมีคุณสมบัติเป็นด่าง ทำให้สารแขวนลอยในน้ำตกตะกอนลง
หมู่เกาะพีพี
หมู่เกาะแห่งนี้เป็นดั่งมรกตกลางอันดามันที่ใครหลายคนปรารถนาจะมาเยือน เพราะความงามของภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส มีบริการด้านการท่องเที่ยวที่พร้อมพรั่งทั้งที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งบันเทิง และการเดินทางที่สะดวกสบาย หมู่เกาะพีพีอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี นอกจากเกาะขนาดใหญ่อย่างเกาะพีพีดอนและพีพีเลแล้ว ยังมีเกาะเล็ก ๆ ได้แก่ เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะปิด๊ะ เกาะเหล่านี้นอกจากจะมีชายหาดและทัศนียภาพสวยงามแล้ว ยังโดดเด่นในเรื่องความงามของโลกใต้ทะเล อุดมไปด้วยปะการังน้ำตื้น ปะการังน้ำลึก และฝูงปลาหลากสีสัน โดยเฉพาะเกาะพีพีนั้นเคยได้รับยกย่องว่าเป็นเกาะที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ชื่อเกาะพีพีมาจากภาษาชาวเล เล่ากันว่าเดิมชาวเลเรียกหมู่เกาะแห่งนี้ว่า “ปูเลาปิอาปี” คำว่า “ปูเลา” แปลว่า เกาะ ส่วนคำว่า “ปิอาปี” หมายถึงต้นไม้จำพวกแสม ต่อมามีชาวมุสลิมและคนจากแผ่นดินใหญ่มาอยู่จึงเรียชื่อเกาะย่อ ๆ ว่า “ปีปี” แล้วเพี้ยนเป็น “พีพี” ในที่สุด
เขาขนาบน้ำ
เขาขนาบน้ำ เป็นสัญลักษณ์ของเมือง กระบี่ เลยทีเดียวมองเห็นเป็นเขาสูงสองลูกตั้งขนาบแม่น้ำ กระบี่ ด้านหน้าตัวเมืองนั่งเรือเพียง 15 นาทีก็ถึง สองฝั่งเป็นป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์สามารถขึ้นไปเที่ยวถ้ำบนเขาได้ ภายในมีหินงอกหินย้อยและเป็นสถานที่ที่เคยพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากสันนิสฐานว่าเป็นกลุ่มคนที่เคยมาตั้งหลักแหล่งในสมัยโบราณและอาจเกิดอุทกภัยอย่างฉับพลันทำให้ล้มตายลงพร้อมกันจำนวนมากแต่ปัจจุบันไม่มีหลงเหลืออยู่แล้วใกล้เขาขนาบน้ำเป็นชุมชนชาวเกาะกลางซึ่งมีพิพิธภัณฑ์และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้าน แสดงเครื่องใช้สมัยโบราณและของที่ระลึกฝีมือชาวบ้านอีกทั้งได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนในชุมชน ชมการทอผ้า การเลี้ยงปลาในกระชังการทำประมงพื้นบ้านของชาวกระบี่เป็นต้น
สุสานหอย
สุสานหอยอยู่ในบริเวณชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กม.มีซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำจืดชนิดต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นหอยขม มีขนาดยาวประมาณ2 เซนติเมตร ซากหอยเหล่านี้ได้ทับถมกันจนกลายเป็นสุสานหอยโดยมีน้ำประสานธาตุปูนจับตัวให้กลายเป็นหินแข็งทับอยู่ชั้นหินลิกไนท์และหินดินดาน นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเมื่อแผ่นดินบริเวณนี้ยกตัวขึ้นสูงซากหอยดึกดำบรรพ์เหล่านี้จึงปรากฏให้เห็นเป็นลานหินกว้างใหญ่ยื่นลงไปในทะเลและเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก ช่วงแรกประมาณกันว่าสุสานหอยแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อ 75 ล้านปีมาแล้วต่อมาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการค้นพบหลักฐานด้านธรณีวิทยามีมากขึ้นจึงกำหนดอายุของสุสานหอย ใหม่เหลือประมาณ 40-20 ล้านปี
อ่าวนาง
ชายหาดอ่าวนางเป็นหาดทรายชายฝั่งทอดตัวยาว มีถนนเลียบชายหาดห่างจากหาดนพรัตน์ธาราประมาณ 6กม.ภูมิทัศน์โดยรอบสวยงามด้วยเขาหินปูนสูงตระหง่านมีถ้ำพระนางซึ้งมีหินงอกหินย้อย สลับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ชายหาดหลายแห่งที่สวยงามเช่นหาดไร่เลย์ หาดถ้ำพระนาง หาดน้ำเมาทั้ง3หาดนี้ต้องเดินทางโดยเรือเนื่องจากมีภูเขากั้นเมื่อมองไปในทะเลเห็นทิวทัศน์ของหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 80เกาะที่มีเอกลักษณ์ต่างๆกัน มีร้านค้า ที่พัก บริษัทนำเที่ยวเป็นจุดชุมนุมเรือท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของกระบี่สามารถหาเช่าเรือไปยังสถานที่ต่างๆเช่น หาดไร่เลย์ถ้ำพระนางและเกาะทั้งหลายในทะเลกระบี่
หาดทับเเขก
หาดทับแขก หาดทรายที่มีความโดดเด่นด้านความสงบและสะอาด น้ำทะเลใสชายหาดลาดเอียงน้อย สามารถลงเล่นน้ำได้อย่างดี ยามน้ำลงเกิดเป็นหาดทรายกว้าง เป็นที่นิยมอาบแดดของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพราะมีความเป็นส่วนตัว เหนือหาดทับแขกร่ม รื่นด้วยสนทะเลที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เป็นที่พักผ่อนอันแสนสุขของผู้รักธรรมชาติ ในท้องทะเลสีครามเห็นหมู่เกาะห้องและหมู่เกาะยาวเรียงรายเป็นฉากหลังของภาพ ทิวทัศน์ ที่สวยงามและยิ่งเพิ่มความงามมากขึ้นในยามเย็นด้วยภาพดวงอาทิตย์สีแดง ที่เล่นน้ำทะเลใสๆค่อยๆเลื่อนลับขอบฟ้าท่ามกลางหมู่เกาะเหล่านั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น